การรอคอยมะฮฺดียฺตามริวายะฮฺ

เกี่ยวกับการรอคอยอิมามมะฮฺดียฺ (อ.) คำพูดที่หวานและจับใจที่สุดต้องเป็นคำพูดของบุคคลที่เป็นเจ้าของและผู้ก่อตั้งศาสนาได้แก่ท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) และผู้เป็นตัวแทนของท่านได้แก่บรรดาอิมามผู้บริสุทธิ์ (อ.)

๑. ท่่านอิมามริฏอ (อ.) รายงานมาจากบิดาและวงศ์ตระกูลของท่าน และจากท่านศาสดาว่า

قال رسول الله (ص) : اَفْضَلُ اَعْمال اُمَتى انْتظارُ فَرَجِ الله – عَّزوجّل

การงานที่ดีที่สุดของประชาชาติของฉันคือ การรอคอยการปรากฏของอัลลอฮฺผู้ทรงเกรียงไกร [ ๑]

            ๒. ท่านอิมามซัยนุลอาบิดีน (อ.) กล่าวว่า

قال على بن الحسين (ع) :  اِنَّ اَهلَ زمانِ غَيبَتهِ القائلين بِاِمامَتِه ، وَ المُنْتَظِرينَ لِظُهورهِ

اَفضلُ مِن أهلِ كُلِّ زمانٍ ، لِاَنّ الله تَعالى ذِكْرُه اعْطاهُمْ مِنَ الْعُقولِ وَ الْاَفهامِ و المَعْرِفةِ، فَصارَتْ بِهِ الْغَيبَتهُ عِنْدَ هُمْ بِمَنْزِلَةِ المُشاهِدةَ ، وَ جَعَلهُم فى ذلك الزمان بمنزلةِ المجاهدين بينَ يَدَى رسول ِالله (ص) بالسيف اولئك مخلِصُون حَقاً، و شيعتُنا صِدقاً ، و الدُعاةُ الى الله سِداً و جَهداً .

มิต้องสงสัยว่า ประชาชนในยุคการเร้นกายของท่านอิมามมะฮฺดียฺ (อ.) ที่เชื่อการเป็นอิมาม  และรอคอยการปรากฏกายของท่าน เป็นประชาชาติที่ดีที่สุดกว่าทุกยุคทุกสมัย เนื่องจากอัลลอฮฺ ผู้ทรงเกรียงไกรทรงประทานสติปัญญา ความเข้าใจ และการรู้จักแก่พวกเขา ซึ่งการเร้นกายสำหรับพวกเขาคือการปรากฏกาย อัลลออฺทรงยกฐานันดรของพวกเขาในยุคนั้นเสมือนบรรดามุญาฮิดที่ต่อสู้ด้วยดาบในสมัยของท่านศาสดา (ซ็อล ฯ)  พวกเขาคือผู้บริสุทธิ์และเป็นชีอะฮฺที่แท้จริง พวกเขาทำการเชิญชวนมนุษย์มาสู่อัลลอฮฺ (ศาสนาของพระองค์) ทั้งกลางวันและกลางคืน [ ๒]

قال الصادق (ع) : مَنْ ماتَ مِنْكُم ، وَ هُوَ مُنْتَظِر لِهذَا لْأمر، كَمَنْ هُوَ مَعَ القائِم فِى فُسْطاطِه ، قال :

ثُمّ مَكَثَ هَنيئَة ، ثُّم قال : بَل كَمَن قارَعَ مَعَهُ سَيَِفه ، ثُمّ قال : لا وَ الِلّه ، اِلاّ كَمَنِْ اِسْتََشْهَد مَعَ رسولِ الله

๓.ท่านอิมามซอดิก (อ.) กล่าวว่า บุคคลหนึ่งในหมู่พวกเจ้าได้ตายลงขณะที่รอคอยรัฐบาลของมะฮฺดียฺ เสมือนบุคคลที่อยู่ร่วมกับมะฮฺดียฺ กล่าวว่า เหมือนบุคคลที่อยู่ท่ามการอำนวยพรของท่าน กล่าวว่า ทว่าเหมือนกับบุคคลที่ได้ต่อสู้ด้วยดาบร่วมกับมะฮฺดียฺ หลังจากนั้นกล่าวว่า ไม่ ฉันขอสาบานด้วยพระนามแห่งอัลลอฮฺว่า เหมือนบุคคลที่ได้ชะฮีดร่วมกับท่านศาสดา [ ๓]

๔. ท่านอิมามซอดิก (อ.) กล่าวว่า

قال الصادق (ع) : اَلمُنتِظِرُ لَاَِمرِنا، كالمُتشحِّطِ بِدَمِه فى سبَيلِ الله .

บุคคลที่รอคอยบัญชาของเรา (การจัดตั้งรัฐบาลแห่งการเคารพภักดีในพระเจ้าองค์เดียว รัฐบาลแห่งอัล-กุรอานโดยพวกเรา) เสมือนบุคคลที่ต่อสู้ด้วยเลือดเนื้อของตนบนหนทางของอัลลอฮฺ [ ๔]

หากพิจารณาริวายะฮฺของท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) และบรรดาอิมามผู้บริสุทธิ์ ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้แสวงหาความจริงทุกท่านที่ต้องคิดอย่่างเป็นระบบและคิดให้ดีให้ถูกต้อง ตามที่ท่่านศาสดา (ซ็อล ฯ) และอิมามผู้บริสุทธิฺ์ได้เน้นย้ำไว้เกี่ยวกับการรอคอย ถึงขั้นที่กล่าวว่า

- การรอคอยมะฮฺดียฺ (อ.) เป็นอิบาดะฮฺที่ดีที่สุดสำหรับประชาชาติของฉัน

- การรอคอยรัฐบาลของมะฮฺดียฺ (อ.) เสมือนการได้ร่วมต่อสู้กับบรรดามุญาฮิดบนหนทางของอัลลอฮฺ

- การรอคอยมะฮฺดี (อ.) เสมือนการได้อยู่ท่ามกลางการอำนวยพรของท่าน

- การรอคอยมะฮฺดียฺ (อ.) เสมือนการได้อยู่ร่วมกับท่านตลอดกาล

การให้นิยามที่ลุ่มลึกเช่นนี้ตามที่ริวายะฮฺได้กล่าวไว้ต้องการบอกสิ่งใดแก่ประชาชาติมุสลิม เป็นไปได้ไหมริวายะฮฺต้องการบอกให้บรรดามุสลิมทั้งหลายทราบว่าเป็นหน้าีที่ของพวกท่านทุกคนที่ต้องรักษา พื้นฐานศาสนาให้มีความมั่นคง รักษาความเชื่อมั่นที่มีต่อศาสนาและต่ออัลลอฮฺ (ซบ.) พร้อมทั้งยืนหยัดการปฏิบัติคุณงามความดี (อมัลซอลิฮฺ) หมายถึงชีวิตประจำวันของตนต้องไม่ปฏิบัติสิ่งใดที่ขัดแย้ง หรือเป็นการปฏิเสธคำสอนของศาสดา (ซ็อล ฯ) และอิมามผู้บริสุทธิ์ (อ.) และที่สำคัญเหนืออื่นใดในวันที่ยากลำบากสำหรับมุสลิมต้องไม่ทอดทิ้งอุดมการณ์ ต้องไม่สร้างความแตกแยกในหมู่มุสลิม ต้องไม่ขายความเชื่อของตนเพื่อแลกกับความอยู่รอดหรือเพื่อปากท้อง ที่สำคัญต้องไม่เห็นแก่ตัว

อีกนัยหนึ่งการรอคอยทีสมบูรณ์มิได้หมายความว่าการปลีกตัวเพื่อการดำรงอิบาดะฮฺเพียงอย่างเดียว โดยไม่ได้ใส่ใจต่อภาระทางโลกหรือทางธรรม หรือมิได้ใส่ใจต่อวิถีชีวิตของมวลมุสลิมว่าจะเป็นอย่างไร อยู่อย่างสันโดษไร้สังคมไร้ญาติและมิตรสหาย หรือการปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามยะถากรรมของตน ทว่าปรัชญาของการรอคอยอันเป็นอิบาดะฮฺคือ การผนวกสิ่งเหล่านี้เข้ากับการปฏิบัติอมัลซอลิฮฺ


[ ๑] บิฮารุลอันวาร มัจลิซซียฺ เล่ม ๕ หน้า ๑๒๒

[ ๒] มุนตะเคาะบุลอะซัร อายะตุลลอฮฺ ซอฟียฺ ฆุลภัยฆอนีย์ เล่ม ๔ หน้า ๒๔

[ ๓] บิฮารุลอันวาร มัจลิซซียฺ เล่ม ๕๒ หน้า ๑๒๖

[ ๔] กะมาลุดดีน หน้า ๓๒๖